
วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ส่วนแบ่ง ของ apple i-phone
ส่วนแบ่ง ของ apple i-phone 
SWOT ของ apple และ ผลิตภัณฑ์ I phone
Strengths
• แบรนด์เป็นที่จดจำของผู้บริโภค
• เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง
• กลยุทธในด้านธุรกิจ Apple มี app store + iTune เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนตลาด iPhone และ Apple เพิ่มการดึงดูดลูกค้าโดยมีการ ลดราคา 30%เมื่อลูกค้าซื้อเพลง หรือ application ผ่าน iTune และ ทาง Apple ยังมี Free download ให้เลือกอีกมากมาย (Apple มี 65,000 appication อยู่ใน App Store และมีการโหลด 1.5พันล้านครั้งใน 1 ปี)
• iPhone เป็นเจ้าแรกที่ใช้ ระบบปฏิบัติการ ของคอมพิวเตอร์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ นักพัฒนาโปรแกรมต่างๆ คิดค้นหรือนำระบบปฏิบัติการนี้ไปสร้างสรรคต่อได้ ภายใต้ แบรนด์ Apple ทำให้เกิดธุรกิจสร้าง Application ขึ้นมามากมาย
• มีการโฆษณาที่ดี
• ในทุกๆปี Apple จะทุกปี Apple จะออกเทคโนโลยีใหม่ๆและคุณสมบัติใหม่ๆที่สามารถจะชนะคู่แข่งได้อย่างสบาย
• iPhone มี iTunes ที่สามารถดาวโหลดเพลงโดยตรง
• Apple มีเครือข่ายโทรศัพท์โดยตรงคือ iPhone AT&T ฉะนั้นใครอยากใช้เครื่องที่มีราคาถูก ก็หันมาใช้ เครือข่ายโทรศัพท์ได้ทันที
Weaknesses
• ราคาแพง
• ทาง Apple ได้ปลดล๊อค ระบบ SIM ทำให้ลูกค้า สามารถนำโทรศัพท์ไปใช้ในระบบเครือข่ายอื่นได้
• ขาดการดำเนินงานระหว่างประเทศ ในเรื่องช่องทางและการให้บริการ Apple มีแต่ App Store และ iTune เท่านั้น ในด้านการค้าปลีกก็ไม่เพียงพอสำหรับความต้องการของลูกค้า
• ในการซ่อม หรือ เปลี่ยนสินค้า จะต้องทำกับ Apple เท่านั้น ทำให้มีการเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
• ขาด พันธมิตรที่แข็งแกร่ง AT&T จะหมดสัญญาในปลายปี 2010 และ Google กำลังจะกลายมาเป็นคู่แข่งใหม่โดยการส่ง Android เข้าสู่ตลาด
• ข้อผูกมัดของ AT&T กับ iPhone ทำให้การขาย iPhone ไม่ดีเท่าที่ควร
Opportunities
• Trend สังคม (คนส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนโทรศัพท์ตามกระแส)
• ลูกค้าพิเศษโดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อสินค้าของ Apple ไปแล้ว พวกเขาจะประทับใจในสินค้าและบริการของ Apple
• ธุรกิจมีอัตราเติบโตสูงสุดในแต่ละปี เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2007 นั่นก็หมายความว่า ผู้บริโภคกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นทุกปี
• Smartphone ในตลาดโลกมีการเติบโตขึ้นทุกปี
Threats
• มีวิธีการลักลอบ ติดตั้ง โปรแกรมโดยที่ไม่ต้องซื้อจาก App Store และยังสามารถปลดล็อค iPhone โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยข้อมูลหาทางอินเตอร์เน็ตสามารถทำได้โดยง่าย
• การกระจายสินค้าในต่างประเทศ เรื่องภาษีรัฐบาลที่ต้องนำเข้าสินค้า
• การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลต่อการนำเข้า-ส่งออก
• การใช้สินค้าชดเชยโดยจากคู่แข่งอื่นๆ เช่น Nokia,Blackberry ,Microsoft
• ในตลาด Smartphone มีคู่แข่งมากเกินไป
ยอดขาย APPLE2008
ยอดขาย APPLE2008 http://www.marketingoops.com/digital/apple-rev/

แอปเปิล (Apple) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 (ตุลาคม-ธันวาคม) ปี 2008 สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ กำไร 1.61 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากยอดขาย iPod ที่ยังแรงตลอดเวลา บนตัวเลขยอดรายรับรวมเกินหลักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
รายรับรวมตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาแอปเปิลสามารถทำได้ถึง 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยเป็นกำไร 1.78 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 1.29 เหรียญต่อหุ้น โดยกำไร 1.61 พันล้านเหรียญในไตรมาส 4 ปี 2008 นั้นสูงกว่า 1.58 พันล้านเหรียญที่เคยทำได้ในไตรมาสเดียวกันของปี 2007 ซึ่งคิดเฉลี่ยมีมูลค่า 1.76 เหรียญต่อหุ้น
Apple ให้ข่าวว่าแอปเปิลสามารถสร้างสถิติรายได้สูงเป็นประวัติการณ์แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลก หมายถึงรายได้ของแอปเปิลในไตรมาสที่ผ่านมานั้นทะลุหลัก 1 หมื่นล้านเหรียญเป็นครั้งแรก
- Computer แมคอินทอช 2.52 ล้านเครื่อง
- iPod 22.73 ล้านเครื่อง
- iPhone 4.36 ล้านเครื่อง
100 Interbrand อันดับที่ 3 ปี 2010
100 Interbrand อันดับที่ 3 ปี 2010
Apple ใช้กลยุทธ์ แบบ Globalization ทั่วโลกใช้หลักการเดียวกันหมดไม่ว่าจะอยู่ประเทศอะไร ก็ ใช้สินค้าตัวเดียวกัน ทำการตลาดแบบเดียวกัน ราคาเดียวกัน และ Apple ยังเป็น Direct Involvement มีทีมขายและร้านขาย(I studio) เป็นของตัวเองและเป็นตัวแทนการขายอย่างเป็นทางการ
ประวัติความเป็นมา APPLE โดยย่อ
th.wikipedia.org/wiki/แอปเปิล_(บริษัท)
บริษัท Apple Computer Inc. ได้เกิดขึ้นจากการร่วมกันก่อตั้งของ สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ทำการปฏิวัติธุรกิจคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในยุค 70 โดยการนำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขาย ในชื่อ Apple I ที่ราคาจำหน่าย 666.66 เหรียญ ในจำนวนและระยะเวลาจำกัด ภายในปีถัดมาก็ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำยอดจำหน่ายสูงสุดให้กับบริษัท ณ ขณะนั้นคือ Apple II ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด (อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทจะมุ่งเน้นการขายระบบปฏิบัติการมากกว่าที่จะขายผลิตภัณฑ์ไมโครคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากบริษัท Intel และ IBM ทำงานได้ดีกว่า)
ต่อมาในยุค 80 Apple Inc. ได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลถึงยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นตามลำดับ ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ Macintosh ซึ่งยังส่งผลให้ Apple ยังคงมีชื่อเสียงในด้านผลิตภัณฑ์มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานและเอกลักษณ์ทางการตลาดที่สอดคล้องกับปณิธานองค์กรที่ว่า “คิดอย่างแตกต่าง (Think Different)”
ผลิตภัณฑ์ที่มักได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งที่เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (MacBook, MacBook Pro, MacBook Air) และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (iMac, Mac Pro, PowerMac)
2. ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ได้แก่ Mac OSX (แมคโอเอสเท็น)
3. อุปกรณ์ฟังเพลงขนาดพกพา ได้แก่ สายผลิตภัณฑ์ iPod และ iPhone
4. อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น iSight, AirPort ฯลฯ
5. โปรแกรมและบริการเสริมต่างๆ อาทิ iTunes เป็นต้น
กลยุทธ์การตลาดของ Apple
กลยุทธ์การตลาดของ Apple
แบรนด์ได้รับความภักดีมากพอสมควรรวมทั้งยังครองใจลูกค้าแต่ไม่ใช่เพราะว่าโฆษณาแต่เป็นเพราะว่าบริษัทให้ความสำคัญกับลูกค้า ไม่ว่าจะเริ่มทำอะไร บริษัทจะต้องคำนึงถึงลูกค้าก่อน
หนึ่งในความเคลื่อนไหวเพื่อความประหยัดงบประมาณอีกอย่างหนึ่งคือ แอปเปิลวางแผนเพิ่มความนิยมในสินค้าโดยใช้การตลาดแบบบอกต่อ แคมเปญการตลาดที่ใหญ่ที่สุดแคมเปญหนึ่งไม่ได้มาจากบริษัทเอง ในคลับแห่งหนึ่งในแมนฮัตตัน ทุกคืนวันอังคาร ดีเจ 2 คนที่มีชื่อเหมือนกันว่า แอนดรูจัดปาร์ตี้ iPod ดีเจโดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน
แอปเปิลใช้จ่ายเพื่อสร้างกระแสการบอกต่อของแบรนด์เป็นจำนวน 293 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยผ่านร้านค้า 73 ร้าน บางร้านเช่น ร้านโซโหมีลูกค้าเข้าร้านกว่า 14 ล้านคนในปี 2003 "เหตุผลสำหรับร้านค้าคือยิ่งมีคนมาจับสินค้าแอปเปิลและทดลองสินค้ามากเท่าใด ส่วนแบ่งตลาดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น" นายโคลกล่าว
จุดอ่อน
ถึงแม้ผลงานของนายจ๊อบส์จะโดดเด่นมากเท่าใด เขาก็มีจุดอ่อนซึ่งก็คือแนวทางการบริหารงาน นายโรเจอร์ เคย์รองประธานฝ่ายคำนวณลูกค้าของบริษัทวิจัยไอดีซีกล่าวว่า "สตีฟไม่เคยนึกถึงว่าเขาต้องมีการบริหารที่เป็นมืออาชีพกว่านี้" อีกทั้งเขายังไม่มีผู้ช่วย
ผู้ที่ใช้ Mac
กลุ่มผู้ใช้เครื่องแมคอินทอชจะคำนึงประโยชน์ ในการใช้งานมากกว่าอย่างอื่น ส่วนตัวสามารถให้คำจำกัดความของผู้ใช้แมคอินทอช ว่า "เป็นกลุ่มคนที่มีความรู้พอสมควร" หมายความว่า รู้ว่าเครื่องแมคอินทอชเหมาะกับการใช้งานทางด้านไหน และแอปเปิลก็เข้าใจถึงกระบวนการในการตัดสินใจของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อไปเพื่อประกอบอาชีพ ลูกค้ากลุ่มนี้จะตัดสินใจโดยที่ไม่ต้องคิดมากเลย หรือ ลูกค้าบางรายซื้อไปเพราะดีไซน์ของสินค้าก็มีบ้างเช่นกัน
วิเคราะห์กลยุทธ์การตั้งราคา
การตั้งราคาของ brand apple เนื่องจากเป็นสินค้าไฮเทค apple จึงตั้งราคาสินค้าวที่ระดับสูงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับตนเอง ทำให้ผู้ซื้อเกิดความคิดว่าสินค้าที่มีราคาสูง น่าจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ส่งผลทำให้ผู้อุดหนุนสินค้าแบรนด์นี้ตัดสินใจซื้อสินค้าโดยไม่สนใจราคา



